น้ำมันเกียร์ และ หัวเทียนรถยนต์  ที่ควรรู้สำหรับคนที่ใช้รถยนต์

0
185
น้ำมันเกียร์ และ หัวเทียนรถยนต์  ที่ควรรู้สำหรับคนที่ใช้รถยนต์

น้ำมันเกียร์ และ หัวเทียนรถยนต์  ที่ควรรู้สำหรับคนที่ใช้รถยนต์

น้ำมันเกียร์เสื่อมสภาพ เกิดจากการที่ไม่ถ่ายเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ตามระยะที่คู่มือรถแนะนำ หรือการใช้งานส่วนบุคคลที่ไม่ทะนุถนอม น้ำมันเกียร์ไม่ตรงตามรุ่นหรือไม่มีประสิทธิภาพ โดยคุณจะต้องเลือกน้ำมันเกียร์ที่ตรงกับระบบเกียร์ของคุณ เพราะถ้าคุณเลือก น้ำมันเกียร์ราคาถูก คุณอาจจะเจอกับปัญหาเหล่านี้

เกียร์สะดุด เมื่อเข้าเกียร์ D หรือเกียร์ R จะเกิดอาการกระตุกทันที

เมื่อเปลี่ยนเกียร์ รถของคุณจะไม่ออกตัวทันที เกิดการล่าช้าของระบบเฟืองเกียร์ หรือความหนืดของน้ำมันเกียร์

เปลี่ยนเกียร์แล้วได้ยินเสียงดังติด ๆ ขัด ๆ รู้สึกว่าการเปลี่ยนเกียร์เร็วไปหรือช้าไป ไม่ปกติเหมือนเดิม

มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น เพราะการทำงานของระบบเกียร์ร่วมกับเครื่องยนต์ ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ

น้ำมันเกียร์ออโต้ กับ น้ำมันเกียร์ธรรมดา แตกต่างกันอย่างไร

หลายคนสงสัยว่าทำไม น้ำมันเกียร์ ของระบบเกียร์ทั้งสองแบบไม่สามารถใช้แทนกันได้ เป็นเพราะว่าระบบเกียร์ทั้งสองรูปแบบจะแตกต่างกันตรง “ทอร์คคอนเวอร์เตอร์” ในการตัดต่อการส่งกำลังจากระบบเครื่องยนต์ไปที่ระบบเกียร์แทนชุดคลัทซ์

“หัวเทียน” เป็นหนึ่งในชิ้นส่วนสำคัญ ที่เครื่องยนต์เบนซินต้องใช้ และมันมีหน้าที่สำคัญในการก่อการจุดระเบิดภายในห้องเผาไหม้ ทำให้เครื่องยนต์มีกำลังมากขึ้น ซึ่งตามปกติแล้ว หัวเทียนจะมีอายุการใช้งานราวๆ  50,000 กิโลเมตร แต่ด้วยความที่มันเป็นตัวการสำคัญในการจุดระเบิดทำให้ เมื่อต้องการเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ของรถยนต์คู่กาย

จำไว้ว่าหัวเทียนเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระบวนการจุดระเบิดในเครื่องยนต์เบนซิน ซึ่งเครื่องยนต์จะอาศัยการจ่ายไฟฟ้าไปยังหัวเทียน เพื่อใช้ขั้วปลายหัวเทียน ในการทำให้ส่วนผสมในห้องเผาไหม้ ได้แก่ น้ำมัน และอากาศ เกิดการแตกตัว หรือระเบิด กลายเป็นแรงอัดที่ทำให้ลูกสูบเคลื่อนตัวลงไปยังด้านล่าง ผลักข้อเหวี่ยงให้ทำงาน ก่อให้เกิดกำลังขับเคลื่อนในเครื่องยนต์

ปัจจุบัน น้ำมันเกียร์ จะมีหลายประเภทหลายยี่ห้อให้เลือก การเลือกน้ำมันเกียร์หรือศูนย์เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์จะต้องเลือกให้เหมาะสมกับรถของคุณมากที่สุด โดยนำคู่มือรถมาอ่านรายละเอียด และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันระบบเกียร์ทำงานผิดปกติ และส่งผลให้เกียร์พังในที่สุด ถ้าไม่อยากเสียเงินแสนยกระบบเกียร์ใหม่ จะต้องระวังเรื่องแบบนี้ให้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว รถที่ใช้งานหนักหรือใช้งานประจำ เช่น รถส่งของ รถรับจ้าง รถโดยสารทั่วไปนั้น ควรหมั่นตรวจดูแลรถยนต์ของท่านในทุกๆ รอบกิโลเมตร