ประเทศไทยก่อนที่จะมียาแผนปัจจุบันหรือยาปัฏิชีวนะเหมือนในสมัยใหม่ในปัจจุบันนั้น

0
230

ประเทศไทยก่อนที่จะมียาแผนปัจจุบันหรือยาปัฏิชีวนะเหมือนในสมัยใหม่ในปัจจุบันนั้น

ประเทศไทยก่อนที่จะมียาแผนปัจจุบันหรือยาปัฏิชีวนะเหมือนในสมัยใหม่ในปัจจุบันนั้นเมื่อก่อนจะมีการใช้สมุนไพรต่างๆในการบำบัดรักษาโรคต่างๆ โดยสมุนไพรนั้นจะมีบทบาทคู่กับหมอแผนโบราณหรือหมอเล่มเพื้นบ้านที่ได้รับการฝึกฝนในด้านของการบำบัดรักษาโรคเนื่องจากความรู้ในเรื่องของการใช้สมุนไพรต่างๆในการบำบัดรักษาโรคนั้นต้องมีการเรียนรู้อย่างละเอียดในเรื่องของสรพพคุณและวิธีการนำมาใช้ การรักษาโรคด้วยสมุนไพรนั้นจึงจะต้องถูกสืบทอดโดยพระภิกษุสงฆ์ซึ่งทำหน้าที่สั่งสอนธรรมะแก่ฆราวาสดังนั้นแหล่งรวบรวมข้อมูลทางด้านประโยชน์ สรรพคุณ วิธีการใช้ เพราะหากมีการใช้สมุนไพรแบบผิดวิธีอาจทำให้เกิดอันตรายแก่ผู้ที่ใช้ยาสมุนไพรด้วย สาเหตุของร่างกายที่เจ็บป่วยนั้นเกิดจากร่างกายที่ขาดสมดุลย์ในการรักษาโรค ในสมัยก่อนจะมีหมอชาวบ้านจัดทำชุดสมุนไพรให้คนไข้มีการรักษาโดยเน้นให้สมุนไพรนั้นเข้าไปในร่างกายหรือนำมาถูบนเรือนร่างของผู้ป่วยให้ได้เยอะที่สุด และต่อมาได้มีการพัฒนาประยุกต์จากการย่างหรือการอาบน้ำต้มสมุนไพรให้มาเป็นการต้มสมุนไพรเพื่อให้ผู้ป่วยดมหรือสูดเอากลิ่นหอมของสมุนไพรเข้าสู่ร่างกาย วิธีนี้คือการอบตัวในตู้อบสมุนไพรไอน้ำการอบตัวในตู้อบสมุนไพรมีจุดประสงค์เพื่อที่จะให้ไอน้ำของสมุนไพรนั้นสามารถเข้าสู่ร่างกายด้วยระบบทางเดินหายใจ และให้ไอน้ำซึมซาบเข้าสู่ทางผิวหนังของร่างกายเรา ระยะเวลาในการนั่งอบตัวในตู้อบสมุนไพรนั้นจะใช้เวลานั่ง ประมาณ 15-20 นาที และไม่ควรนั่งเกิน 30 นาที ส่วนใหญ่ปัจจุบันการนวดบำบัดหรือการนวดเพื่อให้ความผ่อนคลายนั้นจะมีการให้เข้าอบในตู้อบสมุนไพรไอน้ำที่ต้มด้วยสมุนไพรต่างๆ กลิ่นหอมของสมุนไพรจะทำให้เรารู้สึกสดชื่นสามารถแก้อาการเป็นหวัดคัดจมูกได้และการอบสมุนไพรในตู้อบอบไอน้ำนั้นยังช่วยทำให้ผิวพรรณสดใสเพราะเป็นการขับสารพิษหรือเป็นการดีทอกสารพิษของเสียต่างๆออกจากร่างกายในรูปแบบของเหงื่ออีกด้วย ในขั้นตอนของการทำสปาทรีทเม้นผิวกายขั้นตอนการอบสมุนไพรนั้นเป็นการเตรียมผิวเพื่อให้พร้อมต่อการรับสารบำรุงและรับวิตามินต่างๆเข้าสู่ผิวหนัง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here